Showing posts with label มุมกาแฟ. Show all posts
Showing posts with label มุมกาแฟ. Show all posts

Tuesday, February 2, 2016

เผยแผ่เรื่องกาแฟอินทรีย์ กาแฟโรบัสต้า ระนอง

เผยแผ่เรื่องกาแฟอินทรีย์ กาแฟโรบัสต้า ระนอง

ชาวสวนกาแฟระนองหวังพลิกภาพโรบัสต้าจากผู้ร้ายให้เป็นพระเอก
จังหวัดระนองนับว่าเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้ามากเป็นอันดับที่ 2 รองจากจังหวัดชุมพร จากข้อมูลของสำนักงานสหกรณ์จังหวัดระนองพบว่า มีพื้นที่ปลูกกาแฟรวมกว่า 55,000 ไร่ ให้ผลผลิตปีละกว่า 5,300 ตัน โดยอำเภอกระบุรีเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกกาแฟมากที่สุดในจังหวัดระนอง แต่เนื่องจากหลายปีย้อนหลังที่ผ่านมาเกษตรกรหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นเพิ่มมากขึ้น เช่น ยางพาราและปาล์มน้ำมัน อีกทั้งการทำสวนกาแฟมีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้พื้นที่และผลผลิตกาแฟมีจำนวนลดลง และที่สำคัญค่านิยมหรือรสนิยมของคนดื่มกาแฟจะมองว่าโรบัสต้าเป็นกาแฟไม่มีคุณภาพ เป็นกาแฟสำหรับป้อนตลาดทั่วไป จึงเปรียบเสมือนกาแฟโรบัสต้าเป็นเพียงผู้ร้ายที่ไม่สามารถมีค่าตัวเทียบได้เท่าพระเอก
ที่ไร่กาแฟ “สวนสดชื่น” ของ มิ่งขวัญ จันดาเพ็ง หรือ “จุ๋ย” ศิลปินหนุ่มชาวสวนกาแฟวัย ซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 8 ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง ซึ่งสภาพภูมิประเทศโอบล้อมด้วยหุบเขา มีอากาศที่ดีและสดชื่น มีการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าอยู่ตามพื้นที่เชิงเขา ได้ศึกษาและเรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟคุณภาพ เพื่อยกระดับกาแฟโรบัสต้าให้เป็นกาแฟคุณภาพ อีกทั้งยกระดับราคาเพื่อหนีราคาตลาดทั่วไปขึ้นสู่ตลาดกาแฟเกรดพรีเมียมหรือกาแฟชั้นดี ให้สมกับการลงแรงลงทุนในการผลิต

เผยแผ่เรื่องกาแฟอินทรีย์ กาแฟโรบัสต้า ระนอง
เผยแผ่เรื่องกาแฟอินทรีย์ กาแฟโรบัสต้า ระนอง

จุ๋ยบอกว่า “ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรชาวสวนกาแฟส่วนใหญ่ จะปลูกและผลิตเมล็ดกาแฟเพื่อส่งให้กับผู้ผลิตกาแฟกึ่งสำเร็จรูปรายใหญ่ของประเทศ โดยต้องรอในแต่ละปีว่าเขาจะกำหนดราคารับซื้อกิโลกรัมละเท่าไหร่ ซึ่งกาแฟที่ป้อนตลาดตรงนี้จะเป็นกาแฟคละเกรด คือการเก็บเกี่ยวจะไม่มีการคัดเลือกเมล็ด จะเก็บมาทั้งหมดทั้งเมล็ดเขียว แดง หรือดำ แล้วการนำมาตากก็วางติดกับพื้นดิน ซึ่งจะมีกลิ่นดินติดเข้าไปกับเมล็ดกาแฟ รวมถึงในหลาย ๆ ครั้งเมล็ดกาแฟจะขึ้นราเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของจังหวัดระนอง ดังนั้นผลผลิตเมล็ดกาแฟของพี่น้องชาวสวนกาแฟที่นี่จึงกลายกาแฟเกรดรองที่ถูกกดราคาโดยพ่อค้าคนกลางมาโดยตลอด
จุ๋ยบอกอีกว่า “ผมได้พยายามเรียนรู้และหากระบวนการผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพ ซึ่งจากการศึกษาก็พบว่าที่จังหวัดระนองมีกระบวนการผลิต 2 แบบคือ แบบแห้งที่ชาวสวนกาแฟส่วนใหญ่ทำกัน และอีกแบบคือแบบเปียก ซึ่งที่สวนสดชื่นผมเลือกใช้แบบหลัง เพราะเห็นว่าจังหวัดระนองเป็นพื้นที่ที่มีฝนตกชุก มีความชื้นสูงกระบวนการผลิตแบบเปียกจึงเหมาะสมกว่า และผมเลือกที่จะปลูกกาแฟแบบเกษตรอินทรีย์เพื่อหาความต่างของตลาด รวมถึงพยายามชักจูงเพื่อนพี่น้องในละแวกใกล้เคียงให้ลองปรับมาผลิตกาแฟคุณภาพ ซึ่งมีคนมาร่วมไม่มากนักและหลาย ๆ คนก็บอกว่าผมบ้า จะทำให้มันยากทำไม ที่ทำ ๆ กันอยู่กับราคาที่ได้รับก็พอใจกันแล้ว แต่ผมก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำกาแฟคุณภาพต่อไป”
จุ๋ยเล่าให้ฟังอีกว่า “ผมกลับมาที่สวนสดชื่น สานต่อการทำสวนกาแฟจากครอบครัว และตั้งเป้าผลิตกาแฟคุณภาพให้ได้ ด้วยการคัดเฉพาะเมล็ดสุกแดง ผ่านกระบวนการแช่น้ำแล้วคัดเมล็ดที่ลอยออก หลังจากนั้นก็ผ่านกระบวนการหมักน้ำ สีเปลือก แล้วตากแดดด้วยการยกแคร่ให้สูงจากพื้นดิน เพื่อป้องกันกลิ่นแปลกปลอมเข้าสู่เมล็ดกาแฟ ซึ่งในขณะนี้ผ่านมาแล้วเป็นปีที่ 3 ผลผลิตเมล็ดกาแฟของผมถูกสั่งจองข้ามปีจากโรงคั่วกาแฟทั้งหมด ในราคาที่สูงกว่าเมล็ดกาแฟทั่วไปมากกว่า 2 เท่า อีกส่วนหนึ่งเราก็เก็บไว้ผลิตเป็นกาแฟแบรนด์ “สวนสดชื่น” ของเราเอง รวมถึงผมกำลังคิดที่จะผลิตเมล็ดกาแฟที่เรียกว่า “กาแฟโรบัสต้ามหาเทพ” ซึ่งอาจจะผลิตได้เพียงไม่กี่สิบกิโลกรัมเท่านั้นด้วย”
“ผมคาดหวังว่าสักวันหนึ่งกาแฟโรบัสต้าจะต้องได้รับการยอมรับมากขึ้น คนดื่มกาแฟจะมีความเข้าใจที่ดีต่อโรบัสต้ามากขึ้น โรงคั่วที่ยังไม่มีความเข้าใจในโรบัสต้ามากพอก็จะเข้าใจมากขึ้น ส่วนโรงคั่วที่ใช้กาแฟที่ดีอยู่ก็จะเพิ่มปริมาณการสั่งโรบัสต้าคุณภาพที่มากขึ้น อีกทั้งระนองมีสภาพภูมิอากาศที่ดี มีพื้นดินที่ดี และมีกาแฟโรบัสต้าที่ดี และเชื่อมั่นว่าระนองเป็นแหล่งผลิตกาแฟโรบัสต้าที่ดีกว่าในละแวกใกล้เคียง ซึ่งหากเราไม่สามารถผลิตกาแฟโรบัสต้าคุณภาพได้ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเป็นอย่างมาก ซึ่งถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องศึกษาเรื่องกาแฟคุณภาพ และเข้ามาหนุนเสริมให้จริงจัง ทำให้โลกได้รู้ว่าโรบัสต้าที่ดีมีอยู่ที่ระนองทั้งหมด” จุ๋ยกล่าวปิดท้าย
ทางด้านสุพจน์ กรประสิทธิ์วัฒน์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ก้องกาแฟ” ผู้ที่เรียกตัวเองว่า “เกษตรอินดี้” ได้บอกให้เราเข้าใจว่า “กว่า 30 ปีที่บรรพบุรุษของเราบุกเบิกการปลูกกาแฟโรบัสบัสต้า บนพื้นที่ที่มีอากาศและดินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เราชาวสวนกาแฟเกือบทุกคนก็ยังคงซื้อกาแฟทั้งกึ่งสำเร็จรูป หรือกาแฟทรีอินวันมาดื่มกันอยู่ ซึ่งเมื่อเทียบปริมาณกาแฟในซองกับราคาแล้วเราพบว่ามันมีราคาสูงมาก ถ้าเทียบเป็นกิโลกรัมมันมีราคาถึง 2 พันบาท ในขณะที่ชาวสวนกาแฟขายส่งกาแฟให้ผู้ผลิตในราคากิโลกรัมละไม่ถึง 100 บาท อีกทั้งมีผู้พยายามใส่ร้ายว่ากาแฟโรบัสต้าเป็นกาแฟไม่มีคุณภาพ มีรสชาติที่เปรี้ยว สู้กาแฟอาราบิก้าจากภาคเหนือไม่ได้นั้น ซึ่งแท้ที่จริงแล้วไม่เป็นความจริง เพราะการที่จะได้กาแฟคุณภาพและรสชาติที่ดีนั้น ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการตั้งแต่การเก็บเมล็ดกาแฟที่สุกเป็นสีแดงเชอรี่ ไปจนถึงการคั่วบดและชง ซึ่งคุณจะเข้าใจเมื่อได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง”
ก้องยังบอกอีกว่า “ปัจจุบันผมพยายามรวบรวมกลุ่มผู้ที่มีความคิดเดียวกันมาเป็น “หุ้นส่วนทางความคิด” ในการปลูกและผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพ โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็ได้พิสูจน์ให้เพื่อนชาวสวนกาแฟ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐได้เห็นแล้วว่า การผลิตกาแฟโรบัสต้าคุณภาพนั้นทำได้ ถึงแม้ผลผลิตกาแฟคุณภาพจะยังออกมาไม่มากก็ตาม ผมก็ยังไม่ท้อถอยที่จะชักชวนเพื่อร่วมหุ้นมาร่วมกันกำหนดราคาของเราเอง ที่เรียกว่า “ตลาดเรา” ที่มีราคาสูงกว่าปกติถึงเท่าตัว ส่วนเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพรองลงไปเราก็ส่งขายตลาดทั่วไปที่พ่อค้าคนกลางเขากำหนดราคาโดยเรียกว่า “ตลาดโลก” โดยเริ่มต้นก็ชักชวนด้วยการให้หันมาลองผลิตกาแฟคุณภาพประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์จากการปลูกทั้งหมดดูก่อน แล้วจึงค่อยขยับขยายเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และเชื่อว่าตลาดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพนั้นยังเปิดกว้างและรองรับได้อีกมาก”


Advertisment


สิริชัย สาครวิศว หรือ “โซ่” ซึ่งเป็น R-Grader หรือผู้กำหนดคุณภาพกาแฟโรบัสต้า บอกว่า “ปัจจุบันกาแฟพันธุ์อาราบิก้าที่ปลูกที่ภาคเหนือนั้นราคาพุ่งขึ้นไปสูงมาก ในขณะที่มีผลผลิตที่ไม่มากนัก จนหลาย ๆ คนเริ่มหันมาสนใจว่าทำไมไม่เอาโรบัสต้ามาใช้บ้าง อาจจะด้วยความเข้าใจที่ยังน้อยและเข้าใจผิดคิดว่าโรบัสต้าเป็นกาแฟที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีกาแฟโรบัสต้าที่ดีอยู่ ซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนหรือใช้ร่วมกับอาราบิก้าที่ดีได้ ซึ่งอาราบิกาจะได้ความเปรี้ยวและกลิ่นที่ดี แต่ในเรื่องของบอดี้ ความหนักแน่น หรือความสมูทนั้นอาราบิก้ามีน้อย แต่สามารถหาได้ทั่วไปในโรบัสต้า”
โซ่บอกอีกว่า “ผมเคยลงไปที่จังหวัดระนอง ได้ชิมกาแฟทั้งของสวนสดชื่น และที่ก้องกาแฟ ก็พบได้ว่าทั้งสองแห่งนี้มีการผลิตกาแฟคุณภาพที่แตกต่างจากโรบัสต้าทั่วไปและน่าสนใจมาก ซึ่งเกษตรกรทั่วไปอาจจะเริ่มต้นทำกาแฟคุณภาพโดยวิธีง่าย ๆ ก่อน ด้วยการเลือกเฉพาะผลสุกแดง การตากไม่ให้ติดพื้นดิน แล้วหลังจากผ่านกระบวนการมาแล้ว เราก็จะพบว่ามันให้รสชาติที่แตกต่างกัน เมื่อเราทำกาแฟดีแล้วทุกอย่างมันจะยกระดับขึ้นมาเอง ซึ่งปัจจุบันนี้อยากจะบอกว่าใคร ๆ ก็ตามหาโรบัสต้าดี ๆ เพราะมันมีความจำเป็นต้องใช้ เช่นการทำกาแฟเย็น โรบัสต้าจะสามารถสู้กับนมได้ดีกว่า อีกทั้งตลาดและการบริโภคในปัจจุบันขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากร้านกาแฟสดที่เปิดมากขึ้นในทุกแห่ง ซึ่งร้านกาแฟพวกนี้ต้องใช้กาแฟคุณภาพมาเป็นวัตถุดิบ ไม่สามารถนำเมล็ดกาแฟแบบคละเกรดมาใช้ได้ อีกทั้งโรงคั่วกาแฟอีกหลายแห่งก็ยังค้นหาและตามหาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพอีกมากเลยทีเดียว”
“ในสภาวะที่พืชเศรษฐกิจของภาคใต้เช่นยางพารา และปาล์มน้ำมันที่ราคาตกขนาดนี้ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่หน่วยงานภาครัฐจะหันมาให้การสนับสนุนและส่งเสริมกาแฟโรบัสต้า ซึ่งนอกเหนือจากการส่งเสริมการตลาดกับบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วไปแล้ว ควรจะหันมาศึกษาข้อมูลการผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าคุณภาพ ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนกาแฟได้มากขึ้นแล้ว ยังสามารถยกระดับและเปลี่ยนภาพลักษณ์ของโรบัสต้าจากผู้ร้ายให้เป็นพระเอกได้อีกด้วย” โซ่กล่าวปิดท้าย
ภาพ/เรื่อง – นายโอ๋ พรชัย

ที่มาของเรื่องจาก FB: นายโอ๋ พรชัย

Thursday, January 7, 2016

ไร่กาแฟอินทรีย์ ไร่กาแฟสวนสดชื่น

ไร่กาแฟอินทรีย์ ไร่กาแฟสวนสดชื่น

กล่าวถึงไร่ กาแฟอินทรีย์ หรือ Organic Coffee Farm นามอังกฤษ เป็นไร่กาแฟโรบัสต้า ที่ปลูกอยู่ที่สวนสดชื่น ระนอง ปลูกท่ามกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด ไม่ได้ใช้สารเคมี ชาวบ้านนามว่า มิ่งขวัญ ผู้ซึ่งได้ลุกขึ้นมาปลูกกาแฟโรบัสต้าอินทรีย์ จากนั้นมาชื่อเสียงของโรบัสต้าได้เริ่มเป็นที่รู้จักด้วยรสชาติโรบัสต้าแท้ทำให้แบรน์กาแฟสวนสดชื่นได้เป็นที่รู้จักของนักดื่มกาแฟ คอกาแฟ

มา ณ วันนี้เจ้าของสวนสดชื่นได้ลงไปดูแลไร่กาแฟที่ ลำเลียง ระนอง เพื่อเก็บเกี่ยวกาแฟให้ทันกับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟโรบัสต้า เข้ม เต็มรสชาติ

ไร่กาแฟอินทรีย์, สวนสดชื่น
ไร่กาแฟอินทรีย์, สวนสดชื่น
เครื่องชงกาแฟ กับ กาต้มน้ำร้อน
เครื่องชงกาแฟ กับ กาต้มน้ำร้อน ณ ไร่กาแฟอินทรีย์ สวนสดชื่น
สวนสดชื่น
บรรยากาศยามเช้า สวนสดชื่น





ขอบคุณรูปจาก https://www.facebook.com/mingkwan.chandapeng
นำเสนอ มุมกาแฟ

Thursday, October 29, 2015

รอบรู้เรื่องกาแฟ วิธีการคั่วกาแฟมีกี่แบบและ การเบลน

รอบรู้เรื่องกาแฟ วิธีการคั่วกาแฟมีกี่แบบ 

รอบรู้เรื่องกาแฟ วิธีการคั่วกาแฟแบบใหนบ้างที่นิยม การเบลน การคั่วกาแฟแบบใหนที่ให้รสชาติที่ดีที่สุด วิธีการคั่วแต่ละแบบก็ให้ข้อดีที่ต่างกันไปอย่างไรไขคำตอบวิธีการคั่วกาแฟที่สามารถคั่วได้เองง่ายๆ เราทราบว่าสายพันธุ์กาแฟ มี 2 สายพันธุ์ คือ กาแฟอราบิก้า โรบัสต้า ทั้งสองแบบเมื่อคั่วออกมาแล้วจะให้รสชาติที่ต่างกัน คือ นุ่ม และเข้มตามลำดับ

เครื่องคั่วกาแฟของ สวนสดชื่น
เครื่องคั่วกาแฟของ สวนสดชื่น

วิธีการคั่วกาแฟมีด้วยกัน 5 แบบ แต่ละแบบก็ต้องอาศัยประสบการณ์ในการคั่ว ไม่ใช่ว่าจะคั่วกันได้ง่ายๆ เป็นงานฝีมือที่ต้องทำกันมานาน แต่การคั่วที่ง่ายๆ ก็ใช่ว่าจะคั่วไม่ได้ เที่ยวกับชัยเคยได้ลองคั่วกาแฟแบบลูกทุ่งๆ มาแล้ว

5 วิธีการคั่วกาแฟ

เมล็ดกาแฟ โรบัสต้า
เมล็ดกาแฟ โรบัสต้า

1. การคั่วกาแฟอย่างอ่อน

เป็นการคั่วกาแฟที่ใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆ คั่วไปเรื่อยๆ เมื่อเมล็ดกาแฟสุกแล้ว ก็มีสีใกล้เคียงกับอบเชย การคั่วแบบนี้จะทำให้น้ำหนักของเมล็ดกาแฟไม่หาย และเมล็ดกาแฟก็จะไม่มัน ไม่เงา

2. การคั่วแบบซิตี้

การคั่วแบบนี้จะใช้เวลาคั่วนานกว่าแบบ การคั่วกาแฟอย่างอ่อน เมล็ดกาแฟที่ได้ก็จะมีสีเข้มกว่า น้ำหนักก็จะลดลงหน่อย

3. การคั่วแบบเวียนนา

การคั่วเมล็ดกาแฟแบบขั้นที่สาม เมล็ดกาแฟที่ได้จากการคั่วจะเริ่มมีสีน้ำตาล และจะมีลายจุด พร้อมกับมีน้ำมันเคลือบเมล็ดอยู่บ้าง

4. การคั่วแบบอิตาเลียน

การคั่วแบบนี้จะเป็นการคั่วที่เข้มสุด เป็นระดับการคั่วขั้นที่สี่ มีน้ำมันเคลือบบนผิวเมล็ดกาแฟอยู่ครึ่งหนึ่ง สีของเมล็ดกาแฟจะออกสีน้ำตาลอ่อน





5. การคั่วเมล็ดกาแฟแบบฝรั่งเศษ

การคั่วแบบนี้จะออกสีน้ำตาลเข้ม มีน้ำมันเคลือบอยู่ทั่วเมล็ดกาแฟ มีรสชาติขม

การเบลนเมล็ดกาแฟ คือ การผสมระหว่างกาแฟพันธุ์ อราบิก้าและโรบัสต้าเข้าด้วยกัน ใครชอบแบบใหนก็ต้องลอง เพราะคอกาแฟแต่ละคนไม่เหมือนกัน

หลังจากคั่วกาแฟแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการเก็บเมล็ดกาแฟที่ได้จากการคั่วให้รสชาติไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก การเก็บเมล็ดกาแฟควรเก็นในถุงที่ไม่มีอากาศเข้าไป ทึบแสง ถ้าเป็นถุงซีลด์ได้ยิ่งดี สามารถเก็บได้ 10 วันโดยที่รสชาติคงเดิม เมื่อเปิดใช้ทุกครั้งควรปิดทันทีหลังจากใช้ คือให้สัมผัสอากาศน้อยที่สุด เมล็ดกาแฟสามารถเก็บในตู้เย็นได้ แต่ต้องเก็บในภาชนะที่สามารถไล่ความชื้นได้ ถ้าไม่มีก็ให้ใส่ถุงกันความชื้นลงไปในกล่องได้

เรื่องโดย เที่ยวกับชัย

Sunday, October 25, 2015

ความรู้ทั่วไปของการผลิตเมล็ดกาแฟ ขั้นตอนการแปรรูป

ความรู้ทั่วไปของการผลิตเมล็ดกาแฟ ขั้นตอนการแปรรูป

กว่าจะเป็นกาแฟให้เราดื่มล้วนมีขั้นตอนการแปรรูป ผลิตกาแฟที่ซับซ้อนพอสมควร เราทราบเพียงว่าเก็บเมล็ดกาแฟที่สุกแดงแล้วนำไปตากแดดให้แห้งเพียงเท่านี้ แต่ขั้นตอนการผลิดเราไม่ทราบมากเท่าไร เนื่องจกเขียนเรื่องกาแฟแล้ว ก็เลยหาข้อมูลขั้นตอนการผลิตสารกาแฟว่ามีอะไรบ้าง ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง

จากที่ผู้เขียน (เที่ยวกับชัย) ได้สัมผัสการเก็บเมล็ดกาแฟสมัยวัยเด็ก พอจะเล่าได้ว่า พ่อแม่ปลูกกาแฟรอบบ้าน สายพันธุ์โรบัสต้า จะช่วยพ่อแม่เก็บเมล็ดกาแฟที่สุกเกือบทั้งต้น สีของกาแฟสุกที่เก็บได้ ก็เป็นสีแดงบานเย็น หรือสมัยนี้เรียกว่า "สีแดงเชอรี่" ตอนเก็บก็ใช้มือกำรอบพวงกาแฟแล้วก็บิดกำในมือ แล้วก็ใส่กะละมัง จากนั้นก็นำไปตากแดดให้แห้ง ตากทุกวัน ตากแล้วเก็บ แล้วก็ตากใหม่ ถึงเวลาก็จะมีพ่อค้าขับรถมารับเมล็ดกาแฟถึงบ้าน

การแปรรูปกาแฟ


หลังจากที่พ่อค้ารับซื้อกาแฟแล้ว ก็จะนำกาแฟไปแปรรูป ก็คือทำสารกาแฟนั่นเอง โดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 วิธีการ คือ การทำสารกาแฟโดยวิธีเปียก(Wet Processing) และการทำสารกาแฟโดยวิธีการแห้ง(Dry Processing)

วิธีการทำสารกาแฟแบบเปียก (Wet Processing)

วิธีนี้เป็นที่นิยมมาก ทั้งนี้เพราะ จะไม่เสียรสชาติ และคุณภาพของกาแฟที่ผ่านการ wet processing และที่สำคัญสารกาแฟก็จะขายได้ราคาสูงด้วย ขั้นตอนการผลิตสารกาแฟ wet processing มีดังนี้
Wet Process ของสวนสดชื่น สวนกาแฟ
Wet Process ของสวนสดชื่น สวนกาแฟ

1 ปอกเปลือก นำเมล็ดกาแฟสดมาปอกทันที โดยใช้มือขย่ำ หรือเครื่องปอกก็ได้
2 กำจัดเมือก หลังจากปอกเปลือกแล้วที่เมล็ดกาแฟจะมีเมือกลื่นติดอยู่ ให้เอาเมือกออกโดยการใช้มือถูเมล็ดกาแฟไปมา ลักษณะพนมมือ
3 ตากแห้ง เมื่อกำจัดเมือกแล้ว ก็นำเมล็ดที่ได้ไปตากแห้งทันที เพื่อไล่ความชื้น
4 บรรจุ นำเมล็ดกาแฟไปบรรจุในกระสอบป่าน และเก็บในที่อากาศถ่ายเทได้ดี ไล่ความชื้นด้วย
5 นำออกจำหน่าย การจำหน่ายควรสีกาแฟกะลา และเหลือแต่สารกาแฟมีสีเขียวอ่อน

ถึงกระบวนการนี้ เที่ยวกับชัย เคยได้นำเมล็ดกาแฟสดจากต้น ผ่านกระบวนการต่างๆ และนำไปคั่วด้วยเตาฟืนธรรมชาติ เตาสามเส้า บนดอยที่ หล่มเก่า เพชรบูรณ์ คั่วสารกาแฟสีเขียวอ่อน ใช้ไฟอ่อน คั่วไปมาอย่าหยุด จะหอมกิ่นกาแฟมาก จากนั้นสังเกตุที่สารกาแฟ จะออกสีน้ำตาลอ่อนๆ และมีกลิ่นหอม และก็นำสารกาแฟมาตำให้แหลกด้วยครก ตำให้ละเอียด ก็จะได้กาแฟผง เหมือนกับกาแฟบด ไม่มีผิดเพี้ยน

จากนั้นต้มน้ำให้ร้อนใส่แก้ว ใส่ผงกาแฟลงไป โอย กลิ่นหอมโชยมาก่อน ชิมกาแฟ ไม่ต้องเติมน้ำตาลหอมมาก ไม่เคยดื่มกาแฟร้อนที่มีรสนุ่ม หอม ไม่ขม ขนาดนี้มาก่อน เพื่อนที่ดื่มด้วยกับยังชอบ พ่อท่านไปด้วยก็ยังติดใจในรสชาติกาแฟที่ทำเองเลย

วิธีทำสารกาแฟแบบแห้ง (Dry Processing)

วิธีนี้นิยมทำในอุตสาหกรรมกาแฟซอง ที่ต้องการปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดมากๆ เช่นนำไปทำกาแฟซอง กาแฟ 3 in 1 วิธีการแห้ง เพียงนำเมล็ดกาแฟที่เก็บได้ใหม่ไปตากแดดไว้ 15 - 20 วัน จากนั้นนำเข้าเครื่องสีกาแฟ แล้วก็บรรจกาแฟลงกระสอบ สารกาแฟที่ได้มีคุณภาพต่ำกว่า แบบเปียก

เครื่องคั่วกาแฟของ สวนสดชื่น
(wet process) คั่วด้วยเครื่องคั่วที่ได้มาตราฐานทำให้กาเเฟของเรามีกลิ่นเเละรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ของสวนสดชื่น




การคั่วเมล็ดกาแฟ

กลิ่นและรสของกาแฟที่ดี ก็ได้จากการคั่วสารกาแฟ การคั่วโดยทั่วไปมีด้วยกัน 2 แบบ คือ คั่วโดยใช้แก๊ส คั่วโดยใช้ไฟฟ้า และใช้ฟืน โดยการคั่วโดยใช้แก๊สจะสามารถควบคุมความร้อนได้ ใช้ในการคั่วสารการแฟที่มีปริมาณมากๆ ส่วนการคั่วแบบใช้ฟืนไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ ส่วนมากจะคั่วดื่มเอง คั่วน้อยๆ แต่ให้รสชาติออกมาดีมาก ส่วนคั่วโดยใช้ไฟฟ้า ก็จะใช้เครื่องคั่วขนาดต่างๆ ที่ผลิตออกมาข้อดีคือ สะดวก รวดเร็ว คววบคุมความร้อนได้ ส่วนมากร้านกาแฟก็จะใช้เครื่องคั่วไฟฟ้า

การเลือกใช้วิธีการคั่ว ก็แล้วแต่ความเหมาะสมกับการใช้ และเงินทุนด้วย ถ้าเป็นร้านกาแฟก็ใช้เครื่องคั่วไฟฟ้าขนาดเล็ก ถ้าเป็นร้านรับคั่ว ก็แนะนำให้ใช้เครื่องคั่วแก๊ส ถ้าคั่วดื่มเองก็ใช้ฟืนหรือถ่านแทน ก็ได้

เรื่องโดย เที่ยวกับชัย
ภาพจาก สวนสดชื่น

บุคคลไม่ควรดื่มกาแฟ หรือจำกัดปริมาณในการดื่ม

บุคคลไม่ควรดื่มกาแฟ หรือจำกัดปริมาณในการดื่ม

คอกาแฟรู้หรือไม่ว่า ต่อวันร่างกายไม่ควรดื่ม หรือได้รับสารกาเฟอีน เกินกว่า 300 มก./วัน ถ้าคิดเป็นถ้วยก็ประมาณ 3 ถ้วย ถ้าเกินกว่านี้ทำให้ระบบการทำงานของหัวใจล้มเหลวได้ อย่างไรก็ดี การดื่มกาแฟที่พอเหมาะจะเป็นผลดีต่อร่างกาย ผลงานการวิจัยของฮาร์วาร์ดเมดิคัลสคูล(Harvard Medical School) กล่าวว่า การดื่มกาแฟพอเหมาะจะเสี่ยงโรคเบาหวานน้อย ลดการเกิดมะเร็งลำใส้ใหญ่ ลดความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสัน

กาแฟร้อน
กาแฟร้อน Cr: สวนสดชื่น

อย่างไรก็ดี กลุ่มบุคคลที่ไม่ควรดื่มกาแฟ หรือ มีข้อจำกัดปริมาณในการดื่ม ซึ่งก็ได้จำแนกกลุ่มบุคคลได้ดังนี้

กลุ่มผู้หญิง จำกัดปริมาณในการดื่มไม่เกิน 2 - 3 แก้ว ต่อวัน ถ้าดื่มมากอาจเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

กลุ่มหญิงให้นมบุตร ไม่ควรดื่มเป็นอย่างยิ่ง อาจส่งผลให้ทารกที่ดื่มนมแม่ได้รับกาเฟอีนด้วย เด็กไม่ยอมนอก กระวนกระวาย

กลุ่มหญิงมีครรภ์ เช่นเดียวกับ กลุ่มหญิงให้นมบุตร คือไม่ควรดื่มกาแฟเป็นอย่างยิ่ง ถ้าดื่มเข้าไปจะส่งผลให้ทารกในครรภ์ดูดซึมสารกาเฟอีนอย่างแน่นอน สารที่ทารกในครรภ์รับเข้าไปจะไม่สามารถขับออกมาได้ จะส่งผลต่อการทำงานของระบบอวัยวะภายในของทารกได้

กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ไม่ควรดื่ม

กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มผู้เป็นโรค โรคกระเพาะ โรคหอบ โรคหัวใจ โรคไต ทั้งนี้สารกาเฟอีนที่เข้าไปตามเส้นเลือด จะมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ ไม่ควรดื่มเป็นอย่างยิ่ง

ลักษณะของสารกาเฟอีน จะเป็นสีขาว มีรสขม มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจ กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางอย่างอ่อน ผลการกระตุ้นประสาทนี้ทำให้สมองมีความตื่นตัว

สารกาเฟอีน ในกาแฟช่วยกระตุ้นกระเพาะอาหาร ทำให้หลั่งสารน้ำย่อย

บทความโดย เที่ยวกับชัย

Saturday, October 24, 2015

รู้จักสายพันธุ์กาแฟ และวิธีการเพาะปลูก แหล่งเพาะปลูก

รู้จักสายพันธุ์กาแฟ และวิธีการเพาะปลูก แหล่งเพาะปลูกกาแฟ

กาแฟเป็นไม้พุ่มชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกได้ทั่วไทย ทั้งนี้ก็แล้วแต่สายพันธุ์ โดยมี 2 สายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ โรบัสต้าและอาราบิก้า

กาแฟสายพันธุ์ โรบัสต้า

ลักษณะทั่วไป โรบัสต้า เป็นกาแฟที่ให้รสชาติเข้มข้น เป็นไม้พุ่มสูงขนาด 2 - 4 เมตร ใบเดี่ยว ปลายใบแหลม ออกดอกที่ซอกใบ ดอกสีขสวมีกลิ่นหอมมาก ผลสีเขียว เมื่อสุกจะเป็นสีแดงเชอรี่ ผลออกเป็นพวง
การปลูก โรบัสต้า
ปลูกง่ายกว่าอาราบิก้า ไม่ต้องใช้พื้นที่สูงปลูก ชอบอากาศร้อนชื้น อุณหภูมิอยู่ที่ 25 - 35 องศา แหล่งที่ปลูกมากในไทย คือ ระนอง ชุมพร สุราษฏร์

กาแฟอินทรีย์ สายพันธุ์โรบัสต้าที่มีคุณภาพที่ สวนกาแฟสวนสดชื่น ที่จังหวัด ระนอง กาแฟสวนนี้เป็นกาแฟที่เป็นการก่อตั้งและดำเนินการปลูก โดยไม่ใช้สารเคมี และก็ได้ออกร้านตามงานแสดงผลผลิตทางการเกษตรมากมาย และก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ก่อน สวนสดชื่น ก็ได้ผลิตแต่เฉพาะสารกาแฟขายอย่างเดียว แต่ ณ ปัจจุบันได้ทำการเปิดร้านกาแฟสดที่ อำเภอ หนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี โดยคุณ ใช้ FB ว่า มิ่งขวัญ จันดาเพ็ง




Advertisment



กาแฟอินทรีย์ สายพันธุ์โรบัสต้าที่มีคุณภาพที่ สวนกาแฟสวนสดชื่น ที่จังหวัด ระนอง
กาแฟอินทรีย์ สายพันธุ์โรบัสต้าที่มีคุณภาพที่ สวนกาแฟสวนสดชื่น ที่จังหวัด ระนอง

กาแฟสายพันธุ์ อาราบิก้า

ลักษณะทั่วไป กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า มีความต้านทานโรคสูง ต้นเตี้ย การเพาะปลูกต้องใช้พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 เมตร อุณหภูมิที่เหมาะแก่การเพาะปลูกอยู่ระหว่าง 15 - 25 องศาเซลเซียส

แหล่งเพาะปลูกกาแฟสายพันธุ์ อาราบิก้า อยู่ที่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เป็นต้น





แหล่งเพาะปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ ประเทศบราซิล

กาแฟที่ดีที่สุดในโลก ต้องมาจากแหล่งปลูก บราซิล ไอเวอรี่โคสต์ โคลัมเบีย อินโดนีเซีย และ เม็กซิโก

ภาพจาก สวนสดชื่น
เรื่องโดย: เที่ยวกับชัย

เรื่องเล่า,ที่มา,ตำนานประวัติกาแฟ คอกาแฟต้องอ่าน

เรื่องเล่า,ที่มา,ตำนานประวัติกาแฟ คอกาแฟต้องอ่าน

ผู้เขียนชอบปั่นจักรยานและดื่มกาแฟ โดยเฉพาะกาแฟสดเย็นวันนี้ได้ไปเห็นตำราเกี่ยวกับกาแฟ ใครสนใจเกี่ยวกับตำนานของกาแฟ ประวัติความเป็นมา สนใจว่าเหตุใดกาแฟถึงเป็นที่นิยมดื่มของคนทั่วโลก รวมไปถึงประวัติกาแฟในไทย

เอสเพรสโซ กับ ซาลาเปาทับหลี ณ ชุมพร
เอสเพรสโซ กับ ซาลาเปาทับหลี ณ ชุมพร
เริ่มจากตำนานกาแฟ เป็นการเล่าขาน ว่ากันว่ากาแฟกินกันเป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว บ้างก็เล่าว่าชาวเอธิโอเปียเป็นผู้ค้นพบ กินแล้วให้สดชื่น แต่ที่เป็นตำนานการค้นพบเด่นชัดสุด คือ นายคาลดี้ ชาวอบิสซีเนีย แอฟริกาค้นพบว่าแพะของเขากินเมล็ดกาแฟสีแดง เขาสงสัยมาก และเขาก็ได้ทดลงเคี้ยวเจ้าเมล็ดสีแดงๆ ปรากฏว่าร่างกายของเขาสดชื่นขึ้นมาทันที

จากนั้นก็เริ่มมีผู้คนอยากรู้ความสดชื่นจากการเคี้ยวเมล็ดสีแดง และเล่าขานกันปากต่อปากจนเป็นที่รู้จักกันเกือบครึ่งโลก โดยมีชาวอาหรับเป็นผู้นำกาแฟไปยังบ้านเกิด ซึ่งปัจจุบันก็คือประเทศเยเมนนั่นเอง และก็ขยายไปสู่ประเทศตุรกี และประเทศอื่นๆ

กล่าวถึงประเทศตุรกี เป็นประเทศที่มีการกินกาแฟกันอย่างแพร่หลายและเป็นจุดกำเนิดของการอบ-บดเมล็ดกาแฟ และชงด้วยวิธีการต้มน้ำ ใครที่ไม่ทราบว่าการอบ-บด กาแฟเกิดเมื่อใหร่ คำตอบ คือ ประเทศตุรกี นี่เอง และที่สำคัญคือ ตุรกีก็มีการขยายพันธุ์และเพาะปลูกกาแฟมากขึ้น

หลังจากนั้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 กาแฟก็เริ่มเป็นเข้าสู่ยุโรป และก็มีการพัฒนากาแฟไปเป็นการขายกาแฟ โดยการเปิดร้านกาแฟ ทั้งนี้การดื่มกาแฟก็เริ่มนำไปสู่การค้าขายในแบบต่างๆ โดยมีกาแฟเป็นตัวช่วยในการจัดการต่างๆ เช่น ค้าขายก็ต้องมีการพูดคุย และก็มีการดื่มกาแฟกัน

เมนูกาแฟ
เมนูกาแฟ


กาแฟในบ้านของไทยเรา ที่บันทึกไว้ประมาณ 2454 จากบันทึกของ พระยาสารศาสตร์พลขันธ์ ได้กล่าวว่า "มีการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า" เป็นสายพันธุ์ที่ให้กลิ่นหอม ชุ่มคอ ให้รสชาติเข้มข้นปานกลาง ส่วน โรบัสต้านั้นมีรสชาติเข้มกว่า สายพันธุ์นี้ได้นำมาปลูกเมื่อ 2447 ที่อำเภอสะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยชาวไทยมุสลิมที่มีชื่อว่า "ตีหมุน"

ความนิยมบริโภคกาแฟ มี 2 สายพันธุ์ คือ อาราบิก้า และ โรบัสต้า โดย อาราบิก้ามีการปลูกที่ความสูง 3,000 ฟุต ส่วนมากปลูกที่ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน

เมล็ดกาแฟตากแห้ง
เมล็ดกาแฟตากแดดบนแคร่ไม้ไผ่

ส่วนโรบัสต้า นิยมปลูกที่ร้อนชื้นไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ระดับสูงเท่ากับอาราบิก้า สายพันธุ์โรบัสต้าจะให้ผลผลิตสูง รสชาติเข้ม หอม ให้กาเฟอีนสูง นิยมปลูกมากที่ ชุมพร นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี


ประวัติเนสกาแฟ ที่มา: https://www.nescafe.co.th/coffee_history_th_th.axcms

เนสกาแฟที่คุณดื่มนั้นเป็นแบรนด์กาแฟที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ต้นกำเนิดของเนสกาแฟย้อนหลังไปในปี 1930 เมื่อบราซิลได้ผลผลิตเกินความต้องการและต้องการเก็บรักษาเมล็ดกาแฟไว้ รัฐบาลบราซิลได้ขอให้เนสกาแฟช่วยหาวิธีดังกล่าว แมกซ์ มอร์เกนเธเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟของเนสท์เล่และทีมงานของเขาได้คิดวิธีดื่มกาแฟแบบง่ายๆ ด้วยการใช้น้ำ ทีมงานได้ค้นคิดวิธีการทำกาแฟชงดื่มที่ไม่ให้เสียรสชาติกาแฟแบบดั้งเดิม พวกเขาทำสำเร็จใน7 ปีต่อมา
ในที่สุดเนสกาแฟก็พร้อมออกจำหน่าย ชื่อของแบรนด์มาจากการผสมคำว่าเนสท์เล่กับคำว่าคาเฟ่ เนสกาแฟเป็นแบรนด์กาแฟใหม่ที่เปิดตัวครั้งแรกในสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ เมษายน และประสบความสำเร็จไปทั่วยุโรป ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ความนิยมได้แพร่หลายออกไปอีก เนสกาแฟถูกส่งออกไปยังฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐฯ ซึ่งทหารอเมริกันมีบทบาทต่อความนิยมของเนสกาแฟไปทั่วยุโรป และเนสกาแฟได้ถูกบรรจุเป็นเสบียงอาหารของทหารอเมริกันด้วย
ช่วงปลายทศวรรษที่ 40ความนิยมยิ่งเติบโตขึ้นไปอีก ปัจจุบัน เนสกาแฟได้ผลิตกาแฟหลากหลายชนิดเพื่อตอบรับรสนิยมของคนทั่วโลก ตั้งแต่เริ่มต้นผลิตเมื่อปี 1938 เนสกาแฟใส่ใจคุณภาพเพื่อให้คุณได้ดื่มกาแฟที่ดีที่สุดทุกๆ ถ้วย ครั้งต่อไปที่คุณหยิบเนสกาแฟ ลองสังเกตส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่เป็น
กาแฟแท้ 100เปอร์เซ็นต์ ไม่มีส่วนผสมอื่นเจือปน

ต้นกาแฟ สายพันธุ์โรบัสต้า ที่ระนอง จากสวนสดชื่น
ต้นกาแฟ สายพันธุ์โรบัสต้า ที่ระนอง จากสวนสดชื่น


ประวัติกาแฟ Amazon ที่มา:http://www.cafe-amazon.com/th/stories.aspx?type=story

จากข้อมูลการวิจัยพบว่า ปัจจุบันร้านกาแฟสดในเมืองไทยยังมีอนาคตสดใส  เนื่องจากอัตราการดื่มกาแฟต่อคนยังต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา ด้วยเหตุนี้  ปตท. ได้เล็งเห็นถึงโอกาสทางการธุรกิจที่จะนำเอาร้านกาแฟที่มีมาตรฐานมาให้บริการภายในสถานีบริการ  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับสถานีบริการ สามารถตอบสนอง Life Style ของผู้ใช้บริการได้อย่างครบถ้วน Café Amazon จึงถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546

ชื่อ Café Amazon มีที่มาจาก  แหล่งกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก คือประเทศบราซิลซึ่งเป็นต้นตำรับแห่งกาแฟ
ผนวกกับเมื่อคิดถึงป่า Amazon ก็จะคิดถึงความร่มรื่นของธรรมชาติอันประกอบด้วยแมกไม้และเสียงน้ำไหลที่ให้ความร่มเย็น
Café Amazon มีแนวคิดที่อยากให้เป็นร้านกาแฟที่สามารถนั่งพักผ่อนระหว่างการเดินทาง หรือเป็นแหล่งนัดพบของกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่นิยมดื่มกาแฟที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้น พร้อมบรรยากาศเย็นสบายด้วยร่มไม้ล้อมรอบ

ปี 2545 -2547 เริ่มสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยในระยะแรกมีการขยายสาขาไปยังสถานีบริการต่างๆ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมทั้งเส้นทางหลักที่จะมุ่งไปสู่จังหวัดในภาคต่างๆ  และต่อมาได้ขยายไปสู่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ซึ่งในช่วงระยะเวลา 3 ปีแรกนี้ Café Amazon มีสาขามากกว่า 100 สาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ

ต่อมาในปี 2547 – 2550 เป็นยุคที่ Café Amazon สามารถขยายและเพิ่มจำนวนสาขาไปกับสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่ได้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์ให้มีความทันสมัย รวมทั้งได้มีการปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบของห้องน้ำให้เป็นพื้นที่สีเขียว  จึงเป็นโอกาสที่ทำให้ร้านกาแฟ Café Amazon ภายในสถานีบริการ ปตท. ทำหน้าที่เป็นเสมือน “ห้องรับรองแขกผู้มาเยือน” ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. และในปี 2550 Café Amazon เป็นร้านกาแฟมีสาขาจำนวนมากที่สุดในประเทศไทยถึง 230 สาขา

ต่อมา Café Amazon เห็นว่า ฐานลูกค้าไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มคนเดินทางอีกต่อไป
ดังนั้น ปตท. จึงเริ่มขยายธุรกิจออกสู่ภายนอกสถานีบริการภายใต้ระบบ Franchise เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง และยังช่วยให้สามารถขยายฐานธุรกิจออกไปได้อย่างรวดเร็ว โดย Café Amazon ได้เริ่มขาย Franchise ให้กับผู้สนใจและบุคคลทั่วไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่เป้าหมายจะเน้นทำเลที่เป็น Discount Store อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล สถานศึกษา และในหน่วยงานราชการต่างๆ

ติดตามเรื่องกาแฟ ได้ที่ "มุมกาแฟ"
เรียบเรียงโดย เที่ยวกับชัย

Thursday, September 24, 2015

ดื่มกาแฟสดอร่อยมากๆ ร้าน ณ ชุมพร ที่ท่าแซะ จังหวัดชุมพร

ดื่มกาแฟสดอร่อยมากๆ ร้าน ณ ชุมพร ที่ท่าแซะ จังหวัดชุมพร




Advertisment



เดินทางกลับจากบ้าน ระนอง ขึ้น กทม. ผ่านร้านกาแฟสด ร้าน ณ ชุมพร เลยแวะจอดลองกาแฟสดซักแก้ว เมื่อเข้าไปในร้านก็สั่งกาแฟเอสเพรสโซเย็น พร้อมกับ ซาลาเปาทับหลี 2 ใบ บรรยากาศภายในร้านตกแต่งได้ลงตัวสวยงามด้านหลังเป็นสวนปาล์ม ด้านหน้าติดถนนใหญ่ เพชรเกษม ร้านยกเป็นชั้นลอย เพราะชั้นล่างจะต่ำกว่าถนน นั่งดื่มกาแฟสด พร้อมกับซาลาเปาราดน้ำจิ้ม

เอสเพรสโซ กับ ซาลาเปาทับหลี
เอสเพรสโซ กับ ซาลาเปาทับหลี
ใครที่ผ่านไปแถวชุมพร รับรองได้เลยว่า กาแฟสดที่ได้ดื่มไม่ผิดหวัง ใช้เมล็ดของโรบัสต้า หอม ไม่ขม อร่อยมาก ทานกับซาลาเป่าทับหลีพร้อมน้ำจิ้ม ผู้เขียนรับรองเอง

ร้านกาแฟท่าแซะ ชุมพร
ร้านกาแฟท่าแซะ ชุมพร

ร้านกาแฟท่าแซะ ชุมพร
มุมติดถนน

ร้านกาแฟท่าแซะ ชุมพร
ด้านข้างของร้าน

มอเตอร์ไซค์ คู่ชีพ
เดินทางกลับขึ้น กทม ด้วย มอเตอร์ไซค์ คู่ชีพคันนี้

ภายในร้านกาแฟ
ภายในร้านกาแฟ ขายของฝากมากมาย

ฝาผนังก็นำมาแต่ง ร้านกาแฟสด ท่าแซะ
ฝาผนังก็นำมาแต่ง ร้านกาแฟสด ท่าแซะ

เครื่องชงกาแฟโบ Classic
เครื่องชงกาแฟโบ Classic ตั้งโชว์ให้เห็น

ของเก่าแก่
รูป ป้ายทะเบียนรถ





ราคา เมนูเครื่องดื่มร้านกาแฟสด
ราคา เมนูเครื่องดื่มร้านกาแฟสด




Advertisment



เค้าน์เตอร์ร้านกาแฟสด
เค้าน์เตอร์ร้านกาแฟสด

มุมนั่งดื่มกาแฟสด
มุมนั่งดื่มกาแฟสด มุมนี้ชอบมาก

ข้อมูลและแผนที่ ร้านกาแฟสดและขอลฝาก ณ ชุมพร





จอดมอเตอร์ไซค์ ดื่มกาแฟสด ร้าน ณ ชุมพร ที่ท่าแซะ จังหวัดชุมพร ต้องบอกว่าของเขาดีจริง อร่อยจริงๆ บรรยากาศภายในร้านโล่ง เย็น ลมพัดผ่านตลอด ท่านใดมีโอกาสก็แวะทานได้ ร้านกาแฟสด อยู่ซ้ายมือ ขาขึ้น กทม

เรื่องและภาพ LikeougTravel-Guide