Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label สุขภาพ. Show all posts

Thursday, May 24, 2018

กล้วยไทยชนิดใดที่มีน้ำตาลน้อยที่สุด

กล้วย เป็นผลไม้ไทยที่นิยมกิน ซึ่ง กล้วยไทย ก็มีหลายชนิด แต่ละชนิดให้ความหวานไม่เท่ากัน หรือ น้ำตาลในกล้วยนั่นเอง เราไปดูกันว่ากล้วยไทยของเราที่มีขายตามตลาด กล้วยใหนที่ให้ความหวานน้ำตาลน้อยสุด

ข้อมูลโดย พรฤดี ศรีปทุมรักษ์ จุฬาลงกรณ์ ได้วิเคราะห์ดัชนีน้ำตาลในกล้วยแต่ละชนิด ไว้ดังนี้ เรียงจากมากไปหาน้อย

อันดับ 6 กล้วยน้ำว้าสุกงอม ระดับน้ำตาลอยู่ที่ 46.7

อันดับ 5 กล้วยหอมสุก ระดับน้ำตาลอยู่ที่ 45.8

อันดับ 4 กล้วยไข่สุกงอม ระดับน้ำตาลอยู่ที่ 45.6

อันดับ 3 กล้วยไข่สุก ระดับน้ำตาลอยู่ที่ 44.0

อันดับ 2 กล้วยหอมสุกงอม ระดับน้ำตาลอยู่ที่ 43.4

อันดับที่ 1 กล้วยน้ำว้าสุก มีระดับความหวานของน้ำตาลอยู่ที่ 36.8

ณ ตอนนี้เราได้ทราบแล้วว่า กล้วยน้ำว้าสุก สามารถ กินเพื่อลดน้ำตาลได้ แถมมีประโยชน์ แต่จะมีใครบ้าง ที่ทราบ รู้อย่างนี้แล้วหากล้วยมาทาน  จะเป็นกล้วย ข้าว เนื้อ อาหาร อะไรก็แล้วแต่ ให้ทานแต่พอดี ออกกำลังกาย ก็จะดีต่อสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก blog นพ. สันต์ ใจยอดศิลป์

Monday, May 21, 2018

น่าทึ่ง กินขนุนแล้วได้ประโยชน์หลายอย่างมากๆ

จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าขนุนกินแล้วได้ประโยชน์อะไรบ้าง เพื่อไม่เสียเวลา ติดตามอ่าน และไปหาซื้อมากิน จะเป็นลูก หรือแบบพร้อมกิน แต่ที่แน่ๆ ขนุน กรอบ หวาน มัน ตะอร่อยที่สุด เปรี้ยวนิดๆ สุดยอด

#ประโยชน์และสรรพคุณมากมายของขนุน

1. ป้องกันมะเร็ง

          น่าจะเห็นมาจากข้อมูลด้านบนแล้วว่าขนุนเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยไฟโตนิวเทรียนต์ ทั้งยังมีวิตามินซีสูง ขนุนจึงมีสรรพคุณช่วยป้องกันมะเร็งได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งผิวหนัง และมะเร็งต่อมลูกหมาก เนื่องจากคุณค่าทางสารอาหารที่กล่าวมาจะช่วยปกป้องเซลล์ร่างกายจากการถูกทำลาย พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมเซลล์ในส่วนที่สึกหรอได้ด้วย

2. ป้องกันภาวะโลหิตจาง

          ขนุนมีทั้งธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเม็ดเลือด รวมทั้งยังมีแมกนีเซียม ธาตุที่มีความสำคัญต่อเม็ดเลือดขาวอยู่อีกต่างหาก ฉะนั้นคนที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคโลหิตจาง ธาตุอาหารดี ๆ ในขนุนเหล่านี้จะช่วยปกป้องสุขภาพของคุณให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้

3. ลดความดันโลหิต
   
          อย่าลืมว่าขนุนเเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง จึงมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งก็แปลว่าเมื่อความดันโลหิตอยู่ในจุดที่สมดุล อาการโรคหัวใจ หลอดเลือดอุดตัน หรือปัญหาที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดก็จะลดลงด้วยยังไงล่ะ

4. เสริมทัพระบบย่อยอาหาร
   
          ขนุนปริมาณ 100 กรัมมีไฟเบอร์ราว ๆ 3.6 กรัม ซึ่งนับว่ามีไฟเบอร์ค่อนข้างใช้ได้เลยล่ะ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาท้องผูก หรือระบบย่อยไม่ค่อยทำงาน ขนุนก็ช่วยจัดการให้ได้ ที่สำคัญขนุนยังช่วยป้องกันลำไส้แปดเปื้อน เมื่อร่างกายขับถ่ายสารก่อมะเร็งออกทางลำไส้ใหญ่ด้วยนะ

5. นอนไม่หลับ ขนุนช่วยได้
   
          นอนไม่หลับลองกินขนุนช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นดูสิ เพราะขนุนมีแมกนีเซียมและธาตุเหล็กที่จะช่วยสนับสนุนให้ฮอร์โมนเมลาโทนินทำงานได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เรานอนหลับสบายขึ้นนั่นเอง

6. บำรุงสายตาและผิวพรรณ
   
          วิตามินเอที่มีอยู่ในขนุนคือพระเอกของประโยชน์ข้อนี้เองค่ะ โดยเจ้าวิตามินเอในขนุนจะช่วยบำรุงสายตาให้มองเห็นชัดเจน ป้องกันโรคต้อกระจก และโรคจอประสาทตาเสื่อม ส่วนสรรพคุณด้านบำรุงผิวก็เพราะมีสารต้านความเสื่อมของผิวพรรณ และช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและริ้วรอยอีกด้วย

7. รักษาแผลพุพอง แผลเปื่อย
   
          ยารักษาแผลเปื่อยและแผลพุพองบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง ทว่าขนุนไม่มีแน่ ๆ เพราะขนุนเป็นผลไม้มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านแบคทีเรียและไวรัส หนำซ้ำยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ผิวหนังจากการถูกทำลายนั่นเอง

8. บำรุงกระดูก
   
          แคลเซียมดี ๆ ที่มีอยู่ในขนุนจะช่วยบำรุงดูแลกระดูกของเราได้ และหากอยากบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ขนุนจัดเป็นผลไม้ที่อยู่ในเมนูแนะนำอันดับต้น ๆ เลยล่ะ เนื่องจากไม่เพียงแต่อุดมไปด้วยแคลเซียมเท่านั้น แต่ขนุนยังมีมิตรแท้ต่อแคลเซียมอย่างวิตามินซีและแมกนีเซียม ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้การดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

9. บำรุงประสาท
   
          ความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ภาวะแบบนี้ต้องจัดขนุนด่วน ๆ เพื่อให้วิตามินและสารอาหารสำคัญต่อระบบประสาทอย่างไทอามีน
ไนอาซินและเกลือแร่เข้าไปช่วยบู๊ทพลังการทำงานของระบบประสาทและสมอง

#สรรพคุณทางยาของขนุน

           ใบ มีรสฝาด ใช้บดโรยแผลมีหนองเรื้อรัง
           ราก บำรุงโลหิต แก้กามโรค ขับพยาธิ ระงับประสาท แก้โรคลมชัก
           ยาง มีรสฝาด แก้แผลอักเสบบวม แผลมีหนองเรื้อรัง แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ
           เนื้อหุ้มเมล็ดสุก บำรุงกำลัง บำรุงการทำงานของหัวใจ เป็นยาระบายอ่อน ๆ อีกทั้งยังนำไปหมักเหล้าได้
           เนื้อในเมล็ด (จากเมล็ดขนุนต้ม) มีรสมัน บำรุงน้ำนม บำรุงกำลัง
           เนื้อขนุนสุก เป็นยาระบายอ่อนๆ

          จากสรรพคุณทางยาดังกล่าว อาจตอบโจทย์คำถามสุดฮิตดังต่อไปนี้ได้ด้วย

#กินขนุนอ้วนไหม ?

          รสชาติหวาน ๆ ของขนุนอาจทำให้คนรักษาหุ่นไม่ค่อยกล้ากินเพราะกลัวจะอ้วน แต่เอาเข้าจริง ๆ ไม่ว่าผลไม้ชนิดไหน หากกินในปริมาณมากเกินไปก็สามารถทำให้อ้วนได้ทั้งนั้นนะคะ และแม้ขนุนจะเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตเยอะ แต่ก็เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ร่างกายจะใช้เวลาย่อยนาน ทำให้อิ่มอยู่ท้องนานนั่นเอง อีกทั้งไฟเบอร์ในขนุนก็เยอะพอสมควร ส่วนแคลอรีก็อย่างที่บอกว่าต่ำมาก แต่หากกลัวกินขนุนแล้วอ้วน ก็เลือกทานแต่น้อยจะดีกว่า

#กินขนุนแล้วปวดท้อง เป็นเพราะอะไร ?
   
          อาจเป็นเพราะขนุนมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ จึงอาจทำให้รู้สึกปวดท้องได้

#กินขนุนกับเหล้า จะเป็นอันตรายไหม ?
   
          ขนุนจัดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ดังนั้นจึงไม่ควรกินกับเหล้าซึ่งก็มีฤทธิ์กระตุ้นความร้อนในร่างกายได้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง ต้องห้ามกินขนุนแกล้มกับเหล้าเด็ดขาด เนื่องจากเมื่ออุณภูมิภายในร่างกายพุ่งสูง ความดันโลหิตก็จะพุ่งพล่านตามจนอาจตกอยู่ในสภาวะช็อกและหมดสติได้

#กินขนุนแล้วท้องอืด เกิดจากอะไร ?
   
          ในกรณีนี้อาจเพราะกินขนุนมากจนเกินไป เพราะอย่าลืมว่าขนุนมีคาร์โบไฮเดรตอยู่ไม่น้อยนะคะ ฉะนั้นค่อย ๆ กินขนุนในปริมาณที่พอดี พออิ่มน่าจะดีกว่า

#กินขนุนตอนท้องว่าง จะเป็นอะไรไหม ?

          ถ้าไม่มีอาการท้องเสียหรือท้องร่วงมาก่อนหน้านี้ การกินขนุนตอนท้องว่างถือว่าไม่เป็นปัญหาใด ๆ แถมยังจะดีในกรณีที่คุณท้องผูกหรืออยากลดน้ำหนักอีกต่างหาก เพราะขนุนมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น

          ในขณะที่น้ำตาลจากขนุนก็ยังเป็นน้ำตาลที่ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที เนื่องจากเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ช่วยลดอาการอยากของหวานระหว่างวันได้

ข้อมูลจาก แชร์มาจาก FB อีกทีนึง

Sunday, May 20, 2018

เมื่ออายุมากขึ้น อยากขูดหินปูน ครั้งแรกจะเป็นอย่างไร

ตามหัวข้อครับ คือได้ถอนฟันผุซี่กราม ฟันกราม หมอถามว่าเคยขูดหินปูนมาบ้างหรือยัง เราก็อายๆ นะ ก็ตอบไปว่า ไม่เคยเลยครับหมอ เราก็คิดในใจนะ อายุ 44 แล้ว ไม่เคยขูดหินปูนเลย แล้วหินปูนมันจะเกาะเยอะ มั๊ยเนี๊ยะ สุดท้าย หมอบอกว่า อีก 5 ปี ข้างหน้า ถ้าไม่ขูดหินปูนออก ก็จะเกิดโรคเหงือก อักเสบ

แล้วถามหมอต่อ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเหงือกอักเสบ หมอบอกว่า ก็จะเกิด เหงือกบวม ฟันโยก เราก็นึกถึงอาการ ที่ก่อนถอนฟัน มันก็จะปวดมาก เคี้ยวอะไรไม่ได้ ดื่มน้ำก็เสียวฟันละ

หลังจากคุยกับหมอเสร็จ หมอก็เริ่มถอนฟัน เริ่มฉีดยาชา ก็ไม่ปวดเท่าไร ก็นั่งรอให้ยาชาออกฤทธิ์ ก่อน จากนั้นก็ถอน หลังจากถอนเสร็จ ขอหมอดูฟันที่ถอน คำพูดคำแรกที่อุทานออกมาคือ นี่หรือหินปูนที่ไม่เคยขูดเลย สีดำมาก เกาะติดแน่น สารเหตุของกลิ่นปาก

หมอแนะนำว่า ให้ขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน และคิดว่าจะต้องขูดแน่นอน รอเวลา ใช้ประกันสังคม หรือไม่ก็รอปีหน้า กรณีใช้ไปแล้ว

อันตรายมากโรคเหงือก ภัยเงียบที่เราคิดว่า เมื่อไหร่ ก็ไปทำ แต่ก็ปล่อย คิดว่าแปรงฟันแล้ว ไม่น่าเกิด อย่าปล่อยนะครับ

Wednesday, May 9, 2018

ความลับผักผลไม้กินป้องกันแดดหน้าร้อน

จะมีอะไรกันแสงแดดได้อีกบ้างนอกจากครีมกันแดด คำตอบคือ ผักปลไม้ แสงแดดหน้าร้อนใครก็ไม่อยากเจอโดยเฉพาะคนรักสวยงามดูแลผิว ต่างก็หาครีมทากันแดดมาใช้ จะถูกจะแพงก็ว่ากันไป แต่มีใครรู้หรือไม่ ผักผลไม้กันแสงแดด ก็มีเหมือนกัน เราไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1. แครอท ถือว่าเป็นผักนอกจากทำอาหารแล้ว ก็ยังป้องกันแดด ทั้งนี้ก็เพราะในแครอทมีสารช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกแสงแดดทำลายผิวได้ง่าย

2. มะเขือเทศ มีสารไลโคปีน แคโรทีนอยด์ และเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงผิวพรรณให่ชุ่มชื้นสดใส ไม่เหี่ยว

3. แตงโม มีสารไลโคปีนที่ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นแก่ผิว ทำให้ผิวไม่แห้ง

4. แตงกวา กันแสงแดดได้ ให้นำน้ำแตงกวามาทาที่หน้าเป็นประจำ อีกอย่างช่วยลดฝ้าได้ด้วย

5. มะละกอ ทั้งกินทั่งกัน ในมะละกอมี วิตามิน เอ และ ซีสูง ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และลดความหยาบของผิว

เป็นอย่างไรบ้าง กับ ผักผลไม้ป้องกันแดด ไม่ให้ผิวไหม้ ดำ หยาบ กร้าน นี่อแค่ตัวอย่างที่เรารู้จักกัน ยังมีอีกหลายชนิด ส่วน admin นั้นชอบมะละกอมาก เพราะกินง่าย อยากผิวสวยก็ลองหามาทานกัน

รูปจาก pixabay.com

Saturday, August 26, 2017

ผักพื้นบ้าน ผักหวานป่า แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยในการขัยถ่าย

ผักพื้นบ้าน ผักหวานป่า แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยในการขัยถ่าย


ชื่อวิทยาศาสตร์ Melientha suavis Pierre.
ชื่อวงศ์ OPILIACEAE

ผักหวานป่า เป็นผักพื้นบ้านหน้าร้อน ลักษณะเป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 5-16 เมตร มียอดกรอบเปราะบางสีเขียวสดเป็นมัน มีใบหนาสีเขียวเข้มรูปรี ขอบใบเรียบปลายใบป้านกลม หรือมนมีรอยเว้า แหลมตื้นๆ หรือเป็นติ่งเล็กๆ ยื่นออกมา ดอกสีเขียวออกตรงซอกใบ ผลเป็นพวงสีเหลืองอมน้ำตาล คล้ายลูกมะไฟ การเลือกเก็บผักหวานมาทานนั้นให้ระวังเป็นพิเศษ เมื่อกินเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการเมาได้ วิธีสังเกตทำได้ง่ายโดยดูได้ที่ใบ ใบผักหวานป่านั้นจะมีสีเขียวสด ผิวใบมัน ส่วนผักหวานเมาผิวใบจะด้าน เนื้อใบเหนียว

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือเพาะชำราก ไม่ชอบแดดจัด จึงควรมีไม้พี่เลี้ยงเพื่อให้ร่มเงา และแสงรำไร โดยพืชที่เหมาะกับการเป็นพี่เลี้ยงคือ ต้นแค น้อยหน่า มะขามเทศ ตะขบ ผักหวานป่าเป็นผักพื้นบ้านที่ไม่ชอบน้ำมาก ชอบดินดาน

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอด ดอก และใบอ่อน ใช้แกงกับไข่มดแดง ปลาแห้ง แกงเลียง ต้มจืด หรือนำมานึ่งกับพริกป่น ผลแก่สามารถลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ด ไปต้มรับประทาน ได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน

ผักพื้นบ้าน-ผักไผ่ แก้ปวดเมื่อย รักษาโรคหืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ

ผักพื้นบ้าน-ผักไผ่ แก้ปวดเมื่อย รักษาโรคหืด ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ


ชื่อวิทยาศาสตร์ Polygonum odoratum
ชื่อวงศ์ POLYGONACEAE
ชื่ออื่นๆ ผักแพรว, พริกม้า, ผักขาเขียด, หอมจันทร์, จันทร์โฉม, ผักฮิน, ผักแป็ด, พะจีมี

ลักษณะ ผักไผ่ หรือ ผักแพรว หรือ ผักแพว ผักพื้นบ้านไทย เป็นไม้ล้มลุกอายุ 1 ปี พบได้ตามป่า บริเวณริมน้ำหรือตามทุ่งนา ลักษณจะมีกลิ่นหอม และมีต่อมน้ำมันทุกส่วนสูงถึง 35 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาลอ่อน มีข้อเป็นระยะๆ บริเวณข้อมักมีรากงอกออกมา สามารถแยกออกไปปลูกที่ชื้นแฉะได้ ลักษณะใบเป็นใบเดี่ยวเป็นรูปหอก หรือรูปหอกแกมไข่ ขนาดกว้าง 0.8 - 1.5 เซนติเมตร ยาว 5.5 - 9 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลมคล้ายใบใผ่ ฐานเป็นรูปลิ่มคล้ายใบสั้น มีหูใบลักษณะเป็นปลอกหุ้มรอบลำต้นบริเวณเหนือข้อ ใบออกสลับกัน มีขนหยาบคล้ายสะเก็ด ปลายปลอกเป็นเส้นยื่นยาวหลายเส้น ยาวถึง 0.7 เซนติเมตรสามารถนำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยได้  ออกดอกเป็นช่อ ดอกย่อยขนาดเล็กสีขาวนวลหรือชมพูม่วง ผลขนาดเล็ก

การขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด หรือนำต้นอ่อนไปปลูก ชอบขื้นบริเวณที่ชื้นแฉะ มีความชื้นสูง มีร่มเงา มีความอุดมสมบูรณ์ของดินดี

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อนและใบอ่อน ทานสดคู่กับน้ำพริก ลาบ ก้อย ทางภาคเหนือนิยมซอยใส่ในลาบ หรือ ยำไก่ เพิ่มความหอมอร่อย หรือจะใช้เป็นเครื่องปรุงเนื่องจากกลิ่นของผักไผ่ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารได้ดีเยี่ยม

สารสำคัญ ยอดและใบอ่อนในส่วนที่กินได้ 100 กรัม ให้พลังงาน 54 กิโลแคลอรี กากใย 1.9 กรัม ฟอสฟอรัส 272 มิลลิกรัม แดลเซียม 79 มิลลิกรัม เหล็ก 2.9 มิลลิกรัม วิตามิน บี 1  0.05 มิลลิกรัม วิตามิน บี 2  0.59 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.7 มิลิกรัม  วิตามินซี 77 มิลลิกรัม
       ค่าดัชนีในความเป็นสารแอนติออกซิเดนท์ของผักไผ่สดอยู่ที่ 2.7 เมื่อแห้งอยู่ที่ 3.68 โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ที่คำนวนจากพืชแห้ง 100 กรัม แบ่งตามกลุ่มสารแอนติออกซิเดนท์ 4 กลุ่มใหญ่ วิตามินอี 0.0085 มิลลิกรัม วิตามินซี 15.85 มิลลิกรัม แคทีนอยด์ ได้แก่ เบต้าแคโรทีน 2.55 มิลลิกรัม และแซนโทฟิลล์ 2.12 มิลลิกรัม สารประกอบฟีนอลิค 329.0 มิลลิกรัม และแทนนิน 17.68 มิลลิกรัม


Advertisment


ค่าดัชนีแอนติออกซิเดนท์ คือ ตัวเลขที่ชี้ถึงศักยภาพของการต้านอนุมูลอิสระของผักพื้นบ้าน ถ้ามีค่าตั้งแต่ 12.00 ขึ้นไป ถือว่าสูง  มีค่า 6.00-11.99 ถือว่าปานกลาง และ มีค่า 1.00-5.99 จะมีค่าน้อย
 อ้างอิงจาก "ผักพื้นบ้านต้านอุมูลอิสระ" โดย ผศ.ดร. นวลศรี รักอริยะธรรม ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 6/2551

สรรพคุณ รากใช้แก้ริดสีดวง แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายและ้อกระดูก รักษาหืด ไอ แก้เจ็บท้อง ท้องเฟ้อ ดอก ขับเหงื่อ รักษาโรคปอด แก้เจ็บท้อง ท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ช่วยเจริญอาหาร น้ำคั้นจากใบสดใช้รักษาอาการตามผิวหนัง กลาก เกลื้อน ผดผื่นคัน

เมนูอาหารจากผักไผ่ ต้มยำผักไผ่ใส่เห็ด

เครื่องปรุง

  • อกไก่ 1 ชิ้น ลอกเอาหนังออก
  • เห็ดฟาง 5 - 6 ดอก
  • พริกแห้ง 4-5 เม็ด
  • หอมแดง 5-6 หัว
  • กระเทียม 1 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • กะปิ 1 ช้อนชา
  • เกลือ น้ำมะนาว
  • ผักไผ่ 500 กรัม
วิธีทำ
  1. ต้มไก่กับเห็ดให้สุกก่อนแล้วนำเนื้อไก่ออกมาฉีกเป็นเส้น
  2. เผาพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ โดยใช้ใบตองห่อแล้วเผา
  3. เอาไส้พริกออกซอยตะไคร้แล้วโขลกุกอย่างกับเกลือจนละเอียด
  4. นำน้ำต้มไก่มาตั้งไฟอีกครั้ง ละลายน้ำพริกลงไป พอน้ำเดือดตามด้วยไก่ และเห็ด ปรุงรสด้วยน้ำปลา และมะนาว และซอยผักไผ่ลงไปก่อนเสิร์ฟ 

ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร มีโปรตีนทั้งจากเนื้อสัตว์และพืช เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

ผักไผ่ เป็นผักพื้นบ้านไทยที่มีมานาน และนิยมกินกันมาก กับลาบ หรือกินดิบ ใครที่ไม่เคยลองแรกชิมก็จะร้อนนิดๆ แต่กินบ่อยๆ ก็จะชอบผักพื้นบ้านชนิดนี้ Chai's Blogs ยังชอบเลย กินกับลาบสุดๆ จริงๆ

ผักพื้นบ้านอื่นๆ

Friday, August 25, 2017

ผักพื้นบ้าน-ผักติ้ว ผักแต้ว ป้องกันและยับยั้งมะเร็งตับ มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ผักติ้ว หรือ ผักแต้ว ป้องกันและยับยั้งมะเร็งตับ มีสารต้านอนุมูลอิสระ


ชื่อวิทยาศาสตร์ Gratoxylum formosum(Jack) Dyer ssp.pruniflorum(Kurz.) Gogelin
ชื่อวงศ์  GUTTIFERAE
ชื่ออื่นๆ ติ้วขน, ติ้วขาว ติ้าส้ม ติ้วแดง ตาว แต้วหิน

ผักติ้ว ผักแต้ว
ภาพจาก http://www.emaginfo.com/?p=63863

ลักษณะ

ผักติ้ว ผักแต้ว เป็นไม้เบญจพรรณยืนต้น สูงประมาณ 8-12 เมตร และเป็น ผักพื้นบ้าน ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรือนยอดกลมโปร่ง ใบออกเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน ใบแก่ก่อนผลัดใบจะเป็นสีแดง ดอกสีชมพูอ่อนถึงสีแดง มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกตามกิ่ง เมื่อออกดอกจะออกเต็มต้นไม่มีใบเลย ออกดอกเดือนมกราคม - เมษายน ผลรูปร่างรี สีนวลขาวติดตามผิว เมื่อแก่จัดแตกออกเป็น 3 แฉก เมล็ดสีน้ำตาล จึงทำให้นิยมปลูกเพื่อความสวยงาม นอกจากนี้ต้นยังสามารถทำถ่านได้ ให้ความร้อนได้ดีกว่ากระบก อื่นๆ ใช้ทำเสา ทำด้ามจอบ เสียม

การขยายพันธุ์

           โดยการเพาะเมล็ด ชอบอากาศเย็น แสงแดดจัด สามารถทำได้โดยการเก็บเมล็ดติ้ว ที่แก่จัด จะเป็นสีดำนำมาตากแดดให้แห้งจนแตก แล้วร่อนเอาเมล็ด
นำเมล็ดไปหว่านลงแปลงเพาะ แล้วโรยกลบบางๆ รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ จะงอกภายใน 2 เดือน เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบก็สามารถย้ายกล้าเพาะชำลงถุงได้ เมื่อนำผักแต้ว หรือติ้ว ไปปลูกต้องหมั่นเด็ดยอดและให้น้ำเป็นประจำ จะแตกยอดอ่อนกินได้

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร

           ยอดอ่อนใช้ทานสดกินกับน้ำพริกปลาร้า มีรสเปรี้ยวอ่อนคล้ายใบกระโดน ใบและช่อใช้แกล้มลาบ ก้อย หรือนำไปแกงร่วมกับผักชนิดอื่นได้

สารอาหารสำคัญในผักติ้ว ผักแต้ว


Advertisment

            ผักติ้ว ผักแต้ว ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม ให้พลังงาน 58 กิโลแคลอรี่ กากใย 2.4 กรัม โปรตีน 2.4 กรัม  ไขมัน 1.7 กรัม คาร์โบไฮเดรต 8.2 กรัม ฟอสฟอรัส 19 มิลลิกรัม แคลเซียม 67 มิลลิกรัม เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.67 มิลลิกรัม ไนอาซิน 3.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 56 มิลลิกรัม เบต้า-แคโรทีน 450 RE
            ค่าดัชนีในความเป็นสารแอนตีิออกซิแดนท์ของผักติ้ว ผักแต้ว สดอยู่ที่ 1.33 เมื่อแห้งอยู่ที่ 3.38 โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ที่คำนวนจากพืชแห้ง 100 กรัม แบ่งตามกลุ่มสารแอนติออกซิแดนท์ 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ วิตามิน E 0.02 มิลลิกรัม วิตามิน C 14.94 มิลลิกรัม แคโรทีนอยด์ ได้แก่ เบต้า-แคโรทีน 1.28 มิลลิกรัม และแซนโทฟิลล์ 5.30 มิลลิกรัม สารประกอบฟีบอลิค 318.44 และแทนนิน 50.65 มิลลิกรัม

สรรพคุณ

            ผักติ้ว ผักแต้ว มีสรรพคุณป้องกันและยับยั้งมะเร็งตับ ต้านอนุมูลอิสระ   ใช้รากผสมกับหัวแห้วหมู และรากปลาไหลเผือก ต้มน้ำดื่มวันละ 3 ครั้ง ก่อนหรือหลังอาหารเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัดได้

ซุปผักติ้ว ผักแต้ว

 เครื่องปรุง

            ผักติ้ว 500 กรัม
            พริกป่นคั่วละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
            ข้าวคั่ว 2 ช้อน
            ต้นหอม 3 ต้น
            ปลาทู    2   ตัว
            น้ำปลา 2 ช้อนชา
            น้ำปลาร้า  2  ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง


  1. นำผักติ้ว หรือผักแต้วลวกน้ำร้อนพอสุก จากนั้นยกออกจากเตา
  2. ต้มปลาทูแล้วใส่น้ำปลาร้า ปลาทูสุกแล้วยกลง
  3. ตำผักแต้วให้ละเอียดพอประมาณ จากนั้นใส่พริกคั่วและข้าวคั่ว และตำจนเข้ากัน ใส่ปลาทูพร้อมหัวและน้ำต้มปลาทูลงไป ตามด้วยต้นหอม และปรุงรสตามต้องการ
ประโยชน์ทางอาหาร อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อุดมไปด้วยโปรตีนจากปลา ซึ่งช่วยชลอการเสื่อมสภาพของร่างกาย

ผักพื้นบ้าน-ผักติ้ว ผักแต้ว มีประโยชน์ต่อร่างกาย เป็นอาหารพื้นบ้านชั้นเลิศ กินผักพื้นบ้านต้านโรค เป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุก

ผักพื้นบ้านอื่นๆ

ที่มา: สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ

Saturday, August 19, 2017

อบเชย (Cinnamon) ไม่เชย สมุนไพรไทยมากประโยชน์และสรรพคุณ

อบเชย (Cinnamon) ไม่เชย สมุนไพรไทยมากประโยชน์และสรรพคุณ


อบเชย เป็นพืชสมุนไพรไทยที่ยังรู้จักกันน้อย แต่ถ้าบอกว่าเป็นส่วนผสมของเครื่องพะโล้ที่เป็นเปลือกไม้แท่งขนากประมาณ 2 นิ้วแล้วก็จะร้องอ๋อ อบเชยมันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่อบเชยไม่ได้มีประโยชน์แค่นี้ แต่มากไปด้วยสรรพคุณทางยาอีดต่างหาก เช่น ปรับสมดุลร่างกาย ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต บรรเทาโรคเบาหวาน เป็นต้น แค่นี้สรรพคุณของอบเชยก็เหลือแหล่แล้ว เพราะที่กล่าวมาเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ


ต้นกล้า อบเชย
ต้นกล้า อบเชย

ต้นกำเนิดอบเชย

อบเชย (Cinnamon) ชื่อภาษาอังกฤษ Cinnamon ชื่อวิทยาศาสตร์ Cinnamomum spp.
ต้นอบเชยเป็นไม้ผลัดใบ มีถิ่นกำเนิดในศรีลังกา อินเดีย พม่า และไทย เปลือกใช้ทำเครื่องเทศ(เปลือกแห้ง) ออกรสหวาน แหล่งผลิตอบเชยอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันเปลือกของอบเชยได้แปรรูปไปเป็นผลิตภัณฑ์ทางด้านสุขภาพ

อบเชยทำอะไรได้บ้าง ใช้ทำยา ปรุงน้ำหอม เป็นเครื่องเทศ อบเชยญวณ อบเชยจีน อบเชยเทศ และอบเชยไทย

ประโยชน์ของอบเชย

อบเชยกลั่นบริสุทธิ์ สามารถลดระดับ น้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเส้นเลือด การทานอบเชยกลั่นมีผลต่อการปรับสมดุลของร่างกายให้กลับสู่สภาวะปกติ มีรายงานจากนิตยสารต่างประเทศแคนนาดา World wcckly Ncws กล่าวว่า การทานอบเชยกับน้ำผึ้งสามารถช่วย ในเรื่อง โรคหัวใจ โรคปวดข้อ ปวดกระดูก โรคกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ คลอเลสตรอรอล แก้ไข้หวัด แก้อาการท้องอืดในกระเพาะ อาหารไม่ย่อย แก้สิว ลดน้ำหนัก โรคมะเร็ง ขจัดลมหายใจมีกลิ่น



Advertisment


แปรรูปอบเชย

เกษตรกรไทย ได้นำอบเชยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น อบเชยกลั่นบริสุทธิ์ สบู่อบเชย แชมพูอบเชย น้ำยาบ้วนปากอบเชย สเปรย์ขจัดไรฝุ่น
อบเชยกลั่นบริสุทธิ์
อบเชยกลั่นบริสุทธิ์
เห็นอบเชยไทย ที่ไปไกล สามารถช่วยทางด้านสุขภาพเกี่ยวกับโรคต่าง และเป็นโรคที่เป็นกันมาก ถ้าเราหันมาใส่ใจสุขภาพแบบเชิงรุก ด้วยการทานผลแปรรูปก็อาจเป็นทางเลือก

Wednesday, August 16, 2017

ดื่มน้ำแล้วเหม็น มันเกิดจากอะไร อยากรู้ อยากบอก

ดื่มน้ำแล้วเหม็น มันเกิดจากอะไร อยากรู้ อยากบอก

เคยใหมครับ บางครั้งกินน้ำแล้วรู้สึกเหม็น ผะอึดผะอม กินน้ำแล้วอยากจะอ๊วกออกมา กลืนแทบไม่ลง หรือกลืนเข้าไปแล้วก็คิดต่างๆ นาๆ ว่าน้ำทำไมเห็น ทำไมรดชาดแปลก ทั้งที่ดื่มจากน้ำบรรจุขวดอย่างดี มียี่ห้อ

สาเหตุ ตามความรู้สึกส่วนตัวว่าทำไมดื่มน้ำแล้วเหม็นน้ำ มีหลายปัจจัย ลองทบทวนว่ามีอะไรบ้าง

1. น้ำนั้นอาจจะตากแดด ไม่ได้แช่ตู้เย็น อาจมีกลิ่นของพลาสติก
2. กลิ่นน้ำเหมือนกลิ่นโคลน กินเข้าไปแทบจะอ๊วกออกมา
3. กลิ่นคลอลีน บางครั้งน้ำดื่มก็มีกลิ่นคลอลีน กินไม่ได้เลย
4. มีกลิ่นที่ฝาเปิด ลองสังเกตุดู ตอนดื่มจะมีกลิ่น ยิ่งกิน ก็ยิ่งมีกลิ่น แล้วลองดมกลิ่นที่ฝาคอขวด ก็ได้กลิ่น แสดงว่าปากเหม็น
5. เคยหรือไม่หลังกินอาหารคาว เราดื่มน้ำตาม แรกๆ ก็ไม่เหม็น แต่พอดื่มตามมากๆ เข้า ก็เหม็นกลิ่นคาวของอาหารนั้นซะ เป็นไงละแทบจะอ๊วก นึกถึงกลิ่นคาวของอาหารแล้ว แทบจะอ๊วก

ที่กล่าวมาเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว แต่สาเหตุของน้ำมีกลิ่นเกิดจาก น้ำบรรจุขวดพลาสติกยิ่งเก็บนานยิ่งอันตราย

เดลิเมล์ – พบสารพิษแทรกซึมจากขวดพลาสติกเข้าสู่น้ำแร่ และยิ่งเครื่องดื่มดังกล่าวเก็บรักษาไว้นานเพียงใด ระดับสารพิษก็จะยิ่งสะสมเพิ่มมากขึ้น นับเป็นข่าวร้ายอย่างยิ่งสำหรับคอน้ำแร่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อมีอายุถึง 2 ปีนับจากวันบรรจุขวด
     
       เป็นที่คาดกันว่า รายงานที่จัดทำโดย ดร. วิลเลียม โชติก ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่ประกาศว่าจะไม่ดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดอีกเด็ดขาด ซึ่งจะตีพิมพ์ลงในวารสารโซไซตี้ ออฟ เคมิสทรีในเดือนหน้านั้น จะปลุกกระแสความกังวลกับความปลอดภัยของน้ำดื่มบรรจุขวด อันเป็นอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่โตเร็วที่สุดในโลก มีมูลค่าถึงปีละ 1,200 ล้านดอลลาร์ ให้กลับคุโชนขึ้นอีกครั้ง หลังจากปีที่แล้ว มีรายงานว่าพบแนปทาลีนที่อาจสร้างความเสียหายรุนแรงกับตับหากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก ในน้ำแร่วอลวิก 2 ขวดในยุโรป
       
       ทั้งนี้ ผลการวิจัยของโชติกพบร่องรอยของแอนติโมนี สารเคมีที่ใช้ในการผลิตขวดโพลิเอธีลีน เทเรปทาเลต (PET) ที่ผู้จำหน่ายน้ำแร่ใช้กันทั่วไป
       
       โชติกระบุว่า แอนติโมนีปริมาณเล็กน้อยก็สามารถทำให้ผู้บริโภคป่วยและซึมเศร้า แต่หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากจะทำให้อาเจียนอย่างรุนแรงและกระทั่งเสียชีวิตได้ ในงานวิจัยย้ำว่า ปริมาณแอนติโมนีที่พบต่ำกว่าระดับที่ทางการแนะนำ แต่ที่น่ากลัวคือ ระดับของสารดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวหากน้ำแร่ถูกบรรจุขวดไว้นาน 3 เดือน
       
       ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยไฮเดลเบิร์กในเยอรมนีผู้นี้ เสริมว่า “ผมไม่ได้อยากทำให้ผู้คนช็อค แต่สิ่งที่ผมรับรู้ก็คือ แอนติโมนีกำลังถูกปล่อยเข้าสู่น้ำดื่มบรรจุขวดมากขึ้นๆ และน้ำดื่มในขวด PET มีสารปนเปื้อน”
       
       โชติกทำการทดสอบน้ำบาดาลกับน้ำแร่บรรจุขวด 15 ประเภทในแคนาดา พบว่าน้ำบาดาลมีแอนติโมนีปะปนอยู่ 2 ส่วนต่อล้านล้าน (ppt) ขณะที่น้ำดื่มบรรจุขวดมีแอนติโมนีถึง 160 ppt เมื่อเปิดดื่มทันทีหลังบรรจุขวด แต่น้ำบาดาลที่บรรจุในขวด PET จะมีแอนติโมนี 630 ppt เมื่อเปิดหลังการบรรจุขวด 6 เดือน
       
       จากนั้น ศาสตราจารย์โชติกย้ายไปทำการทดสอบในยุโรป โดยเก็บตัวอย่างจากน้ำดื่ม 48 ยี่ห้อที่บรรจุในขวดพลาสติก PET และน้ำในโรงงานบรรจุขวดที่เมืองเบียร์ พบว่าน้ำมีปริมาณแอนติโมนี 4 ppt ก่อนบรรจุขวด, 360 ppt หลังบรรจุขวด และ 700 ppt หลังจากบรรจุขวด 3 เดือน
       
       งานวิจัยอธิบายว่า แอนติโมนีเข้าไปปนเปื้อนในน้ำจากการรั่วซึมจากพลาสติก ในแบบเดียวกับที่น้ำซึมซับรสชาติจากถุงชา
       
       กระนั้นก็ดี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแสดงทัศนะว่า แม้พบสารนี้ปนเปื้อนในน้ำในปริมาณมาก แต่ก็ยังต่ำกว่าระดับที่เป็นอันตรายในมาตรฐานสากล คือที่ประมาณ 6 ส่วนต่อพันล้าน
       
       เอลิซาเบธ กริสวอลด์ ผู้อำนวยการสมาคมน้ำดื่มบรรจุขวดแห่งแคนาดา สำทับว่า ระดับดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคแต่อย่างใด
       
       ทว่า เดวิด ค็อกแกน ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากมหาวิทยาลัยเซาท์แธมป์ตันของอังกฤษ ที่ทำงานร่วมกับสภาวิจัยทางการแพทย์ เรียกร้องให้มีการวิจัยเรื่องนี้เพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับผลกระทบจากแอนติโมนี และปริมาณที่เป็นอันตรายเมื่อรับเข้าสู่ร่างกาย



Advertisment


ที่มา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9490000036277

Sunday, January 10, 2016

ดื่มน้ำผักผลไม้คั้นสดจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย

ดื่มน้ำผักผลไม้คั้นสดจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย

น้ำผักผลไม้ คั้นสดเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก น้ำผักผลไม้ เป็นอาหารเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากๆ และน่าจะเป็นน้ผักำผลไม้ที่วิเศษมาก เรียกว่า Awesome บทความนี้จะแนะนำว่าการดื่มน้ำผักผลไม้สดมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร เช่น  บำรุงผิวพรรณ รักษาร่างกาย เพิ่มพลังงาน บำรุงร่างกาย และ ยาอายุวัฒนะ เมื่อดื่มเข้าไปสดๆ พร้อมกับสูตรน้ำผักผลไม้สดคั้น

ทำไมน้ำผักผลไม้สดคั้นจึงดีต่อตัวคุณ

น้ำผักผลไม้เต็มไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งดีต่อสุขภาพของการควบคุมน้ำหนัก ไฟเบอร์นี้จะได้จากการคั้นน้ำผักผลไม้ อย่าทิ้ง

น้ำผักผลไม้สด
Cr:http://www.dietoflife.com/

  1. ช่วยให้ร่างกายส่วนกระเพาะไปย่อยอาหารที่ย่อยยาก หมายความว่า ถ้าทานน้ำผักผลไม้สด จะส่งผลให้กระเพาะทำงานเบาลง ไฟเบอร์ช่วยส่วนนี้
  2. ทำความสะอาดร่างกาย ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
  3. ช่วยปรับสภาพสมดุลของร่างกาย
  4. ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย หรือ สร้างเซล์ลใหม่
  5. ดื่มน้ำผักผลไม้ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
  6. เมื่อดื่มเข้าไปประมาณ 20 -30 นาทีจะทำให้ร่างกายรู้สึกถึงความสดชื่น มีพลัง 
  7. น้ำผักผลไม้คั้นสดอุดมไปด้วยแร่ธาตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผักใบสีเขียว

ผักผลไม้สด
http://www.dietoflife.com/

ดื่มน้ำผักผลไม้สดคั้นจะได้ประโยชน์สูงสุดตอนใหน


  • ดื่มน้ำผักผลไม้คั้นสดตอนกระเพาะอาหารว่า หรือตอนท้องว่าง แร่ธาตุและสารอาหารจะถูกนำผ่านหลอดเลือดได้เร็วขึ้น
  • หลังจากคั้นเสร็จให้ดื่มภายใน 15-20 นาที เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด น้ำผลไม้สดสามารถเก็บได้ในตู้เย็น
  • ให้ดื่มได้ไม่เกิน 20 นาที ถ้านานกว่านี้จะทำให้น้ำผักผลไม้ลดประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ให้ใช้ผักและผลไม้ที่มีคุณภาพ เช่น ผักอินทรีย์ ผลไม้ที่ไม่ใช้สารเคมี แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็ให้ล้างทำความสะอาดก่อนที่จะคั้น
  • เปลือกผลไม้ ก็สำคัญ ให้แน่ใจว่าปลอดภัย ไม่มีสารเคมีตกค้าง


คุณควรดื่มน้ำผักผลไม้สดคั้นในปริมาณเท่าไร

โดยแท้จริงแนะนำดื่มน้ำผักผลไม้สดคั้น น่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 แก้ว/วัน (16 ounces) เป็นอย่างต่ำ

ถ้าเริ่มใหม่ก็อาจจะทาน 1  แก้ว/วัน (8 ounce) เป็นการเริ่มต้น ถ้าดื่มแล้วรู้สึกว่าร่างกายดีขึ้น ร่างกายปรับสภาพสมดุล ก็ให้ทานเพิ่มจำนวนในคราวต่อไป มันจะทำให้ร่างกายคุณขับสารพิษออกมา

การดื่มน้ำผักผลไม้ถ้าได้ดื่มเป็นประจำ มันจะทำให้คุณเรียนรู้ว่าระบบร่างกายคุณจะปรับสภาพ และปรับสมดุลทำให้ร่างกายคุณดีขึ้น ซึ่งคุณต้องทานและคุณจะรู้ตัวเองว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

น้ำผักผลไม้คั้นสด เป็นอาหารเสริมที่ถูกที่สุดในการขับสารพิษออกจากร่างกาย บางครั้งเราก็ใช้น้ำผักผลไม้ในการรักษาโรคด้วย

น้ำผักผลไม้ เต็มไปด้วยใยอาหาร ไฟเบอร์ที่มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร และดีต่อลำไส้เป็นอย่างมาก



Advertisment

แนะนำสูตรน้ำผักผลไม้ง่ายๆ สำหรับ 2 ท่าน


  • แครอท 10 หัว
  • แอปเปิ้ล 1 ผล

นำทั้งสองอย่างปั่นรวมกัน แล้วดื่ม

น้ำผักผลไม้สด อีกสูตร 

ส่วนผสม: Apple 5-7 ผล, น้ำมะนาว 3 ลูก, คื่นฉ่าย 6 ต้น, แตงกวา 1 ลูก, ผักกาดขาว

จาก http://www.dietoflife.com/
แปลและเรียบเรียงโดย http://likeougtravel.blogspot.com/

Friday, October 16, 2015

รูปถ่ายจักรยานเอง เอาไว้ดู จัดว่าสวย จักรยานฟิกเกียร์สวยๆ

รูปถ่ายจักรยานเอง เอาไว้ดู จัดว่าสวย จักรยานฟิกเกียร์สวยๆ


หลังจากซ่อม จักรยานฟิกเกียร์ ใส่เบรค ใส่ Single speed gear ก็ได้ปั่น หยุดพัก ถ่ายรูปสวยๆ แต่คิดว่าสวย ราคาจักรยานฟิกเกียร์ไม่แพง แต่ก็เอาไว้ปั่นออกกำลังกาย หลังจากร้างราการออกกำลังกายมานาน ก็ได้จักรยานนี่ละช่วย จะวิ่งออกกำลังกายก็ไม่ใหว ปวดเข่า

รูปจักรยานฟิกเกียร์ถูกถ่ายด้วยกล้อง SJ4000 Wifi action camera ขนาด 12M ถ่ายล้อ ยาง ถ่ายภาพบรรยากาศยามเย็น

รูปถ่ายจักรยานฟิกเกียร์สวยๆ
รูปถ่ายจักรยานฟิกเกียร์สวยๆ

ใส่เบรคให้ฟิกเกียร์
ใส่เบรคให้ฟิกเกียร์

ใส่ Single Speed ให้ฟิกเกียร์
ใส่ Single Speed ให้ฟิกเกียร์




ปั่นจักรยาน ยามพระอาทิตย์ตก
ปั่นจักรยาน ยามพระอาทิตย์ตก

ปั่นกลับบ้านแล้ว
ปั่นกลับบ้านแล้ว
รูปถ่ายจักรยานเอง จักรยานฟิกเกียร์สวยๆ ภาพถ่ายยามเย็น ปั่นออกกำลังกาย ต่อสู้กับการทำงานวันใหม่ ถ้ามีภาพถ่ายจะเอามาลงอีก
รูปโดย เที่ยวกับชัย